บทที่ 2 EP2 ตัวจริงในแสงสว่าง
“แฟ้มคนไข้เคสแรกค่ะคุณหมอ เป็นเคสแก้จมูกจากคลินิกอื่น คนไข้มีประวัติแพ้ยาชาบางชนิด ดิฉันโน้ตไว้ให้ที่หน้าแรกแล้วค่ะ” นลินดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
ตุลธรไม่ตอบรับ เขาเลื่อนสายตามามองแฟ้มเอกสารเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะพิมพ์งานต่อ นลินดายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความเงียบในห้องทำงานกว้างใหญ่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เธอหวังลึกๆ ว่าเขาจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา หรือเอ่ยคำทักทายสักคำที่แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวเมื่อคืนมีความหมายกับเขาบ้างแม้เพียงนิด
ทว่าเวลาผ่านไปนับนาที เขาก็ยังคงนิ่งเฉย นลินดาเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอตัดสินใจหมุนตัวกลับเพื่อก้าวออกไปจากความอึดอัดนี้
“เดี๋ยว”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะ นลินดาชะงักฝีเท้า หัวใจที่ห่อเหี่ยวพองโตขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอหันกลับมามองเขาด้วยแววตาที่ซ่อนความหวังเอาไว้ไม่มิด
ตุลธรเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ มันเป็นสายตาที่ว่างเปล่า ปราศจากความรุ่มร้อนและหลงใหลเหมือนเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขากวาดตามองชุดพยาบาลสีขาวที่ปกปิดเรือนร่างของเธอเอาไว้มิดชิด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายความหวังทั้งหมดของเธอจนย่อยยับ
“ไปชงกาแฟมาให้ฉันแก้วนึง แล้วก็จำเอาไว้ด้วย...” เขาเว้นจังหวะ น้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดขาด “หน้าที่บนเตียงจบแล้ว ตอนนี้ก็ทำหน้าที่พยาบาลของคุณซะ อย่ามาทำตัวเกะกะในเวลางาน”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนมีดกรีดลึกลงกลางใจ นลินดารู้สึกชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็ง มือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอสบตาเขานิ่งนานพยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมาประจานความอ่อนแอ
“รับทราบค่ะคุณหมอ”
นลินดาเค้นเสียงตอบรับก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับมีตะกั่วถ่วงไว้ที่ปลายเท้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ซ่อนความร้าวรานทั้งหมดไว้ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอมและเดินหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แม้ข้างในจะแหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าชีวิตยังคงต้องก้าวเดิน เธอยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า เธอไม่มีวันมีตัวตนในโลกที่สว่างไสวของเขา
เมื่อบานประตูห้องพักแพทย์ปิดลงเบื้องหลัง ร่างบอบบางที่พยายามหยัดยืนอย่างเข้มแข็งก็แทบจะทรุดฮวบลงตรงนั้น นลินดาพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังทางเดินเย็นเฉียบ หลับตาลงเพื่อข่มความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากก้อนเนื้อในอกซ้าย คำว่า 'อย่ามาทำตัวเกะกะ' ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท
เธอพาร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงเดินเลี่ยงสายตาจับผิดของรสาและพนักงานคนอื่นๆ ตรงไปยังห้องพักเบรกขนาดเล็กด้านหลังคลินิก กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่ลอยกรุ่นอยู่ในห้องไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกขมปร่าในลำคอจางหายไปได้เลย มือบางที่ยังคงสั่นเทาเอื้อมไปหยิบแก้วเคลือบใบโปรดของเขา จัดการชงกาแฟดำสนิทไร้น้ำตาลตามรสนิยมที่เธอจดจำได้ขึ้นใจ ทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเธอต้องการใช้เวลานี้ประวิงความเจ็บปวดและประกอบเศษซากความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาใหม่ ก่อนจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความเย็นชาของเขาอีกครั้ง
เสียงช้อนโลหะกระทบกระเบื้องเคลือบดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นลินดายืนเหม่อมองเงาสะท้อนของตัวเองในแก้วกาแฟสีดำสนิท ไอร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะใบหน้าไม่ได้ช่วยสลายความหนาวเหน็บที่เกาะกินลึกถึงกระดูก เธอเพิ่งก้าวออกมาจากห้องพักแพทย์ของตุลธรพร้อมกับคำสั่งที่กรีดลึกลงกลางใจ ทว่าหน้าที่ก็ยังคงเป็นหน้าที่ พยาบาลสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ วางช้อนลงบนจานรองและยกแก้วกาแฟนั้นกลับไปให้ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิต
ตุลธรรับแก้วกาแฟไปจิบโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้ที่นำมาเสิร์ฟ เขายังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเครื่องเรือนชิ้นหนึ่ง นลินดาหมุนตัวเดินออกจากห้องมาอย่างเงียบเชียบ เธอเลือกที่จะเก็บซ่อนความร้าวรานเอาไว้ใต้หน้ากากของพยาบาลผู้เคร่งขรึมและเดินหน้าทำงานต่อไป
ช่วงสายของวัน ความวุ่นวายในคลินิกศัลยกรรมระดับไฮเอนด์เริ่มต้นขึ้นเมื่อประตูบานกระจกอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวผู้มาใหม่ ร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเบอร์กันดีก้าวเข้ามาด้านใน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยนำมาก่อนตัว รองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานเรียกสายตาของพนักงานทุกคนให้หันไปมองเป็นตาเดียว
เขมิกาคือชื่อของเธอ หญิงสาวผู้เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ ลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองชื่อดังที่มารดาของตุลธรหมายมั่นปั้นมือจะให้มาเป็นสะใภ้
“สวัสดีค่ะคุณเขมิกา วันนี้มีนัดทำทรีตเมนต์คอร์สวีไอพีใช่ไหมคะ รสาเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญทางนี้เลยนะคะ” รสาปรี่เข้าไปต้อนรับด้วยใบหน้าประจบประแจง น้ำเสียงหวานหยดย้อยผิดกับตอนที่พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานลิบลับ
